วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

โพสต์ 4: ชีวิตช่วงแรกหลังออกจากงานประจำ

    
หลังออกจากงานประจำก็ยังต้องทำบางเรื่องต่อ เช่น ยื่นเรื่องที่ประกันสังคมเพื่อรับเงินชดเชย และ ถามข้อมูลการลงทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 39 .... แล้วหลังจากนั้นก็อิสระภาพ 5555....

 ช่วงนั้นงานเฟอร์นิเจอร์ก็ไปได้ด้วยดี เดือนนึงๆผมทำแค่ 4-5 งาน โดยทำเองทุกขั้นตอน ไม่มีลูกจ้าง รายได้อาจจะลดลงบ้างแต่ก็พอใช้จ่ายได้อย่างไม่ขัดสน






   ในระหว่างทำงานส่วนตัว ลึกๆในใจเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่มันคาใจ เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตต่อไปที่เหลือ มันหวิวๆๆบอกไม่ถูก 5555..... 

    พอมีเวลาว่างๆ ผมจะนั่งดูทีวี เฟสบ๊ค ยูทูป หนัง ซีรีย์ การเมือง เศรษฐกิจ ปรัชญา การเกษตร ธรรมะ ดูมันทุกอย่าง เพื่อค้นหาว่าความรู้สึกของผมมันคืออะไร .... 

เอาล่ะ...ผมคิดว่าความรู้สึกนั้นน่าจะมาจากความวิตกกังวลกับอนาคตแน่ๆๆ ต้องวางแผนชีวิตที่เหลือแล้วล่ะ.... เริ่มจากเรื่องใกล้ๆตัวก่อนดีกว่า "สุขภาพ" ถ้าคนเราอยากมีสุขภาพดี ต้องมีอะไรบ้างน๊าาาาา... 

    น่าจะเรื่อง  อาหาร การพักผ่อน การออกกำลังกาย สภาพจิตใจ ละมั้งงงงง ... แล้วในใจมีข้อโต้แย้งอีก กูยังต้องทำงานหาเงินอยู่ ไม่ได้รวยมีเงินถุงเงินถัง อาหารดีๆก็ต้องซื้อ ออกกำลังกายบางครังก็ต้องเผาเวลาหาเงินทิ้งหรือเบียดเวลาพักผ่อน และ ถ้าไม่มีเงินสุขภาพจิตมันจะดีได้อย่างไร อะไรๆก็ต้องซื้อแม่งหมดเลย .... แล้วกูกังวลขนาดนี้จะออกจากงานประจำมาทำไมว่ะ!!!!  แล้วก็กลับไปหาคำตอบให้ชีวิตในยูทูปต่อ 5555 วนเวียนประมาณนี้ไปเรื่อยๆๆ

    จนได้ดูยูทูป ของคุณ โจน จันใด ... คำพูนของเขาหลายๆอย่างมันให้คำตอบกับผมได้ เช่น...

อาหาร: อาหารในตลาด สารพิษตกค้างเยอะมาก เป็นต้นเหตุของโรคเยอะแยะ ต้องปลูกเอง

สุขภาพ: จับจอบเสียม ปลูกผักที่เราชอบกิน เช้าครึ่งชั่วโมง เย็นครึ่งชั่วโมง เดินเล่นดูแลพืชในส่วน ก็สุขภาพดีได้

สภาพจิตใจเรื่องเงิน: ทำงานขายเวลาและความสามารถ ได้เงินมาเป็นค่าตอบแทน ก็ต้องซื้ออาหารอยู่ดี... ง่ายๆคือแค่ปัจจัย 4  อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ... ชัวร์ๆเลยตอนนี้มี 3 ปัจจัยละ เหลือแค่อาหารแต่เราสร้างอาหารเองได้แล้วนิ... ก็แค่หาเงินนิดหน่อยแค่พอค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าของใช้จำเป็นก็อยู่ได้แล้วนี่หว่า... แล้วจะกังวลอะไรมากมายเนี๊ยะ ถ้าตอบโจทย์เรื่องเงินได้สภาพจิตใจน่าจะโอเคล่ะนะ 

ผมเป็นคนที่ชอบอิสระมากๆ ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร และ ไม่อยากเป็นนายจ้างใคร ไม่ชอบความวุ่นวาย สุดท้ายตัดสินใจใช้เงินเก็บซื้อที่ดิน 1 แปลง ประมาณเดือน มกราคา 2562 เนื้อที่ 1 ไร่-1งาน -21 ตารางวา ในราคา 800,000 บาท เพื่อที่จะสร้างความมั่นคงที่อิสระให้แก่ชิวิต และ อยู่บนพื้นฐานสุขภาพกาย และ สุขภาพจิตที่ดี... แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง ลองดูสักตั้งกับวีถีชีวิตแบบใหม่

แม่มาช่วยฟันหญ้า

ไฟแรง... เหนื่อย และ ร้อนมวกกกก

เริ่มโลงขึ้นมาล่ะ

 อุปสรรคแรก ก็ต้องเอากอไผ่หนาม ขนาดใหญ่ 2 กอ ตรงทางเข้าออก...

โดยการฟันแล้วก็ลากออกทีละน้อยๆ ใช้เวลาไปทั้งหมด เป็นเดือนครับ 



ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น 55555 ....



แล้วผมก็เริ่มวางแผนสร้างกระท่อมหลังเล็กๆ ... ออกแบบโครงร้างคร่าวๆ




ตอนหน้ามาดูกันว่า กระท่อมหลังน้อยจะเป็นอย่างไร? สวนน้อยๆแห่งนี้จะค่อยๆเติมเต็มเป้าหมายชีวิตให้ผมด้วยงบประมาณที่ต่ำที่สุดอย่างไร

ถึกธนูทอง 
28 - 7 - 2563

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

โพสต์ 3 : ทิศทางของชีวิต


    หลังจากที่ผมมีทักษะเรื่องงานเชื่อม งานสีเพิ่มขึ้นมา ทำให้ผมมีความมั่นใจ กำลังใจมากขึ้น เพราะ สามารถหารายได้เสริมที่ดีระดับหนึ่ง แต่ก็ยังคงติดขัดเรื่องเวลา 

    จนวันหนึ่งช่วงพักกลางวันมีเพื่อนรุ่นน้องที่ทำงานมาถามผมเรื่องการเชื่อมเหล็ก และ การทำสีไม้ เขาอยากทำเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจ หรือ ลอฟท์ อะไรนี่แหละ ผมก็อธิบายให้เขาอย่างละเอียด พอมีเวลาก็ร่างแบบให้เขาฟรีๆ  เขาก็เอาแบบที่ผมร่างเสนอลูกค้า ได้ออเดอร์ กำไรดีมากๆๆ 






    เนื่องจากผมออกแบบให้ค่อนข้างบ่อย เขาอาจเกรงใจเลยขอให้ผมออกแบบ และ ทำเฟอร์นิเจอร์ให้ โดยให้ผมตัดราคาให้ เขาจะเอาไปขายเอง ... ผมคิดราคาค่อนข้างถูก วัสดุอุปกรณ์ + ค่าแรงที่ผมทำช่วงเย็น และ วันหยุด งานชิ้นหนึ่งผมคิดค่าแรงประมาณ 500-800.- ราคาที่ขายให้เขาประมาณ 1500-2500.- 

ผมมีคำถามในใจว่า เขาเอาไปขายกี่บาทว่ะ

    ผมก็เลยหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต จำชื่อร้านได้รางๆๆ ... พระเจ้าช่วย!!!! งานราคา 2000.- สามารถอัพราคาได้ถึง 9800.- บางชิ้นราคาขึ้นไปถึงหมื่นต้นๆๆ นี่มันบ้าไปแล้ว 

หลังจากนั้นผมเริ่มศึกษาเรื่องเฟอร์นิเจอร์อย่างบ้าคลั่ง 

ศึกษาเรื่อง การผลิต การตลาด การขนส่ง จนได้แนวที่เราชอบ คือแปลกใหม่ มีคนทำน้อย ความยืดหยุ่นสูงนั่นคือ..... เฟอร์นิเจอร์แนวท่อประปา 5555

ไอดอลของผมคือเวป The Pipe ของเกาหลี


ผมก็ list รายการอุปกรณ์เครื่องมือที่ผมต้องใช้ และ สิ่งที่ผมต้องศึกษาเป็นข้อๆ ใช้เวลาประมาณปีกว่า ผมจึงมั่นใจว่าน่าจะพร้อมละม้างงงงงงง



เนื่องจากงานแนวนี้ค่าวัสดุค่อนข้างสูง ลูกค้าจึงเป็นกลุ่มค่อนข้างมีฐานะช่วงแรกๆ ผมแทบไม่คิดกำไรเลย เพราะ อยากฝึกฝีมือ อยากสร้างโปรไฟล์ แค่ลูกค้าจ่ายค่าวัสดุให้ ผมก็โอแล้ว ... งานชิ้นแรกก็เจองานที่ค่อนข้างยาก เป็นงานของคุณวุฒิ อาจารย์หมอมหาวิทยาลัยเชียงใหม่



ร่างแบบ แล้ว ก็ลงมือทำครับ








แล้วผมก็ได้งานอีกหลายชิ้นจากท่าน... ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณกับผมจริงๆ

เป็นงานชิ้นใหญ่ และ ยากมากสำหรับผมในตอนนั้น

หลังจากผ่านงานบ้านหลังนี้ผมก็ไม่เคยกลัวงานยากอีกเลย 55555 และ ทำงานแนวนี้ในช้วงเย็น และ วันหยุดตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปี 2018 .... มีเงินเก็บก้อนหนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ

ตอนหน้าจะมาเล่าต่อว่าปี 2019-ปัจจุบัน มันเป็นยังไงบ้าง

ถึกธนูทอง 
19 ก.ค 60







  


วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

โพสต์ 2: แรงบันดานใจ เกษียนงานก่อนกำหนด หาเงินช่วงเกษียน


    หลังจากล้มลุกคลุกคลานกับการเริ่มหารายได้เสริม สิ่งที่ต้องเจอก็คือเมื่อมีรายได้มากขึ้น ก็ต้องคุยกับลูกค้ามากขึ้น ก็จะเบียดเบียนกับงานหลัก เพราะ ลูกค้าจะโทรมาสอบถามและออเดอร์ในช่วงเวลาทำงานปกติ ทำให้เราเริ่มเกรงใจบริษัท และ การส่งของให้ลูกค้าก็ค่อนข้างช้า มันทำให้ผมเริ่มอึดอัดที่ทำอะไรได้ไม่สะดวก 


แต่ก็ต้องทนเพราะรายได้จากอาชีพเสริมยังน้อยกว่างานประจำ

ทำให้ต้องเลือกงานประจำไว้ก่อน 

    อาชีพเสริมที่ผ่านมาทำให้ผมรู้ถึงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง คือ นิสัยไม่เหมาะกับการการเลี้ยงสัตว์เพื่อขาย เพราะ พอเลี้ยงแล้วจะเกิดความผูกพันธ์ ไม่อยากขาย เวลามันตายจะเศร้ามาก 

และ การซื้อสินค้าใหม่มาขาย ค่อนข้างใช้เงินลงทุนเยอะ และบางครั้งต้องสะต๊อกสินค้า ถ้ากระแสเงินสดไม่ดี หรือ ทุนสำรองมีน้อยก็ค่อนข้างลำบาก กำไรส่วนใหญ่จะอยู่ที่สินค้าที่ยังไม่ได้ขาย เงินหมุนในระบบเยอะ แต่กำไรน้อย อยู่ที่ประมาณ 10-40% มันก็ยังไม่ใช่ทางของเรา

    ชีวิตก็กลับมาเบื่อๆอีกครั้ง พอดีทางบริษัทจะทำผลิตภัณฑ์ใหม่ อยากได้ R&D 1 คน ผมก็ไม่ลังเล ย้ายไปเลยเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ ผมจะกล่าวถึงกิจกรรมในส่วนที่จะมาต่อยอดสู่โลกภายนอกได้ก็พอนะครับ 5555 ... สิ่งที่ผมได้จากงานใหม่นี้คือการฝึกร่างแบบด้วยโปรแกรม sketchup ... เนื่องจากคอมผมเก่า ใช้วินไดว์ xp ไม่สามารถลง autocad หรือ solidwork ได้ มันก็เลยเป็นการบังคับให้ต้องเรียนรู้ sketchup8 ของฟรีจาก google


    งานในบริษัทก็ดำเนินต่อไปตามเรื่องตามราว แต่ความมันส์.....เริ่มเกิดกับชีวิตวันหยุด เมื่อผมได้ร่างแบบเหล็กดัดหน้าต่าง กับประตู แล้วรับงานเล็กๆแบบกล้าๆ กลัวๆ เอาว่ะลองดูจิ 5555
 

การลงทุนตอนนี้ก็มีเครื่องเชื่อม หน้ากากเชื่อม และ ไฟเบอร์ตัดเหล็กมือสอง 5555




แล้วก็ลองทำดู...งานแรก 

แรกๆก็หัดเชื่อมอยู่วันเต็มๆ เมื่อพอไปได้ก็ตัดเหล็กทำตามแบบ


เฮ้ย.... ดูดีว่ะ

ถ่ายรูปไว้หน่อย... มือใหม่ แต่ คุณภาพคับแก้ว 55555



เมื่อทำสี อะไรเรียบร้อย ก็ยกไปติดตั้ง




ประตูอีก 2 บาน



ลูกค้าพอใจกับงานมากๆๆ เงินที่ได้ถือว่าคุ้มค่ากว่าสองธุรกิจก่อนหน้านั้นมาก... ลงทุนแค่เครื่องมือ ครั้งเดียว ส่วนค่าของก็เบิกล่วงหน้ากับเจ้าของบ้าน ... การออกแบบช่วยให้ผมซื้อของมาพอดี ไม่เหลือเยอะ การทำงานค่อนข้างราบรื่น 

หลังจากนั้นพอมีเวลลาว่างผมจะรับงานเล็กๆ เรื่อยๆ เพื่อฝึกทักษะ หรือ ทำต่อเติมบ้านของตังเอง ทำของใช้ในบ้านเอง และ เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาเครื่องมือใหม่ๆ และ เริ่มเก็บเงินซื้อเครื่องมือสะสม ผมเชื่อว่าถ้าผมออกงานไป มีเครื่องมือพร้อมทักษะ คงเอาตัวรอดได้ในโลกภายนอก....🙌🙌🙌

มาถึงตรงนี้ผมเริ่มมั่นใจในตังเองมากขึ้น... แต่ก็ยังไม่ลาออกงาน ใกล้ถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตละครับ เด๋วมาต่อโพสต์หน้าครับ

ถึกธนูทอง
16 ก.ค 63
  

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

โพสต์ 1 : #เบื่องานประจำ #จะเอายังไงกับชีวิตต่อดี #ออกจากงานประจำดีไหม #ลาออกแล้วจะทำอะไร

  
      👹👹👹มันเริ่มจากเบื่องานประจำ แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะเอายังไงกับชีวิตที่เหลือดี ลาออกงานดีไหม ลาออกแล้วจะทำอะไร คำถามมันก้องกังวาลอยู่ในหัวของผม ในวัยใกล้จะ 40 ปี ซึ่งตอนนั้นผมยังทำงานประจำอยู่ ลูกยังเรียนไม่จบ มีรายจ่ายต่อเดือนค่อนข้างสูง แต่คำถามเหล่านี้มันเริ่มดังขึ้น และ ถี่ขึ้นเรื่อยๆ จากเดื่อนละครั้งสองครัง เป็นทุกวัน และ ทุกชั่วโมง แม้แต่ในความฝัน 💢💢💢

    ตอนนั้นผมไม่กล้าลาออก เพราะ กลัวไปไม่รอด😒😒😒 เพื่อนหลายคนที่ลาออกไปล้มลุกคลุกคลานลำบากกันมาก จนต้องกลับเข้ามาทำงานในบริษัทใหม่ แต่บางคนก็ไปได้ดีเหลือเกิน😬😬😬 

    อีกใจของผมคิดว่าชีวิตเราจะพลาดไม่ได้เลย เราไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ถ้าไปไม่รอดในวัย 40 คงไม่เหลืออะไร จึงทนขายเวลาให้บริษัทไปก่อน เพื่อให้หนี้สินเบาบาง และ ลูกได้เรียนหนังสือดีๆ  

    ผมคุยกับลูกน้องที่อายุเขามากกว่าผม 10 ปี ตอนนั้นเขาก็เกือบๆจะ 50 ปี เปลียนงานมาแล้วเกือบ 20 บริษัท ล่าสุดโดนเลิกจ้าง ได้เงินสดไปประมาณแสนกว่าบาท แล้วเขาไปลงทุนขายรองเท้า โดยไปซื้อจากแม่สาย ชายแดนพม่า แต่ก็เจ๊งไม่เป็นท่า จนต้องกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง ซึ่งผมเป็นคนช่วยเขาเข้าทำงานเองเนื่องจากอายุมากไม่ค่อยมีใครรับเข้าทำงาน ... 

    ผมถามเขาว่า ทำไมเราลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัวแล้วไปไม่ค่อยรอดกัน เขาบอกผมว่าเราเติบโตมาจากการเป็นพนักงานบริษัท บริษัทที่ผมกว่าวถึงคือนิคมอุตสาหกรรม เปรียบเหมือนเสือที่อยู่ในกรง ถึงเวลามีคนมาให้อาหาร ตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่เมื่อถูกปล่อยในป่า กระต่ายวิ่งผ่านไม่สามารถจับมากินได้... ต่างจากพวกที่โตมาในป่า ร่างกายผอมกร่อง แต่ เอาตัวรอดในป่าได้สบาย

เอาละครับ .... ไอ้เสือในกรง สามารถถอดรห้สความล้มเหลวออกมาได้ละ

ข้อที่1. ทักษะการทำงานของเรามันก็คืองานในโรงงาน กับเครื่องจักรราคาโคตรแพง เมื่อเราลาออกไปทักษะเหล่านี้มันก็จบ เพราะเราไม่สามารถซื้อเครื่องจักรมาผลิตแข่งกับโรงงานเราได้ 

ข้อที่ 2. เมื่อลาออกไปจะเริ่มหาอาชีพใหม่ ลงทุนสูง หรือ ลองผิด ลองถูก จึงตกเป็นเหยื่อไอ้พวกเสือนอกกรงได้ง่ายๆเลย

สมัยนั้นโชเชียลยังไม่ค่อยเหมือนกับสมัยนี้ ไม่ค่อยมีที่ปรึกษา หรือ โค๊ชดีๆ มาคอยแนะนำ... ผมคิดเอาเองว่า ก็หาเวลาว่างฝึกทักษะซะตอนที่ยังทำงานอยู่นี่และ เพราะ ชีวิตเราจะได้ปลอดภัย ใช้เวลาฝึกฝนช่วงวันหยุด และ เก็บเงินทีละนิดๆ เพื่อซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ มาทำ 



งานแรกที่ผมทำน่าจะ การเลี้ยงกุ้งสวยงาม http://greenpower-crarfish.blogspot.com/  ช่วงแรกๆ รายได้ดีทีเดียว เพราะ ผมเริ่มเป็นรายแรกๆ ในช่วงที่ peak สุด ผมไม่ได้ขยายกิจการเพราะไม่ค่อยมีเวลา 





จนในที่สุดก็ถึงช่วงขาลงของกุ้งสวยงาม ราคาตกมาก จนไม่คุ้มกับรายจ่ายค่าอาหารกุ้ง และ ค่าไฟฟ้า 


จึงมีอาชีพที่ 2 ขึ้นมา คือขายจักรยานมือสอง และ จักรยานใหม่จากจีน http://greenpower-bicycle.blogspot.com/ โดยหาแหล่งซื้อจากอินเตอร์เน็ต 


มันก็เพิ่มทักษะการซ่อม การปรับแต่ และ ทักษะการขายของผมได้




แต่ก็นั่นแหละ ถึงจุดๆหนึ่ง ห้างใหญ่ๆนำเข้ามาขายราคาถูก มีคู่แข่งเยอะ ทุนหมุนเวียนไม่สูง เวลาไม่ค่อยมี การลงทุนจึงต้องค่อยๆลดลง และ เลิกกิจการไปโดยปริยาย ... และ มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ทักษะใหม่ๆต่อไป

โลกภายนอกอยู่ยากจริงๆ แล้ว อะไรละ ที่ทำให้ผมลาออกจากงานประจำได้สำเร็จ ไว้มาเล่าต่อโพสต์หน้าครับ


โดย.... ถึกธนูทอง
15 ก.ค 63 

โพสต์ 1 : #เบื่องานประจำ #จะเอายังไงกับชีวิตต่อดี #ออกจากงานประจำดีไหม #ลาออกแล้วจะทำอะไร

          👹👹👹มันเริ่มจากเบื่องานประจำ แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะเอายังไงกับชีวิตที่เหลือดี ลาออกงานดีไหม ลาออกแล้วจะทำอะไร  คำถามมันก...